Get your own Chat Box! Go Large!
MASSX3's CHANNEL
| Monkey Trade | |
|---|---|
| Tweet Topic Started: Oct 30 2010, 08:59 PM (1,596 Views) | |
| undetect | Oct 30 2010, 08:59 PM Post #1 |
![]()
Bronze Saint
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
เป็นบล็อกที่น่าสนใจ คุยกันเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เทคนิคการเทรด ต่าง ๆ บทความสั้นเขียนได้น่าอ่าน และดูตกผลึกจากประสบการณ์จริง ขอเชิญท่านเข้าสู่โลกแห่ง Fear & Greed โดยพลัน คุยกับ "ป๋าหยง" โดย "ภาววิทย์" ตอนที่ 1 (เขาว่าผมเป็นมืออาชีพ) ที่มา : "เริ่มมา หลายๆคน คงสงสัยว่า ทำไมต้องเรียก "ป๋าหยง" (เอาหละ ผมจะเล่าให้ฟัง)" กาล ครั้งหนึ่ง(นานมาแล้ว) นายภาววิทย์ ก็ไปเจอ Trader คนนึง(ที่มันทำตัวลึกลับ..ขนาดเอาภาพหมีแพนด้ามาใส่ Facebook มันจะลึกลับไปถึงไหน!!) ... Trader ลึกลับ (พูดขึ้นว่า) "ไง..ป๋าแพ้ท" มันทำให้ผมสวนไปว่า "ไงล่ะ..ป๋าหยง ...ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ...สรุปต่างคน ก็เลยกลายเป็น "ป๋า" แต่นั้นมา (งง) ไปหมด...ไร้สาระจริงๆ ฮ่า ฮ่า เข้า เรื่องเลยดีกว่า "ผมไปเจอหนังสือการ์ตูน เล่มนึงที่เขียนโดย คนสิงค์โปร์คนนึง มันเป็นคล้ายๆกับ Life Journey ที่ถ่ายทอดลายเส้น มาเป็นการ์ตูนสะท้อนชีวิต ของคนธรรมดาๆ อายุราว Gen Y (อายุ 30 ลงมา) ซึ่งขายดีมาก" ประเด็นที่น่าสนใจมันอยู่ที่ "หนุ่มคนหนึ่งต้องการเดินตามความฝันของตัวเอง" (ไม่ต้องการอยู่ภายใต้ กรอบแคบๆของชาวสิงค์โปร์ที่ถูก ขีดเอาไว้ โดยท่านผู้นำ "ลี กวน ยู") ..จริงๆ หลายๆคนอาจมองว่า แล้วชีวิตที่เขากำหนดเส้นทางให้เดินแล้วมันไม่ดีตรงไหน!! (จะว่าไปมันก็ดีนะ มันก็ย้อนกลับไปสมัยเรียนประถมใหม่ๆ ที่ทุกคนต้องแต่งตัว เหมือนกัน ทรงผมเดียวกัน เรียนเหมือนกัน ...มันก็มีบางคนที่ทำได้ ภายใต้ความเหมือนนะ) บางคนเรียนได้ดี ได้เก่งในโรงเรียน แต่พอออกมาข้างนอก กลายเป็น "หนังคนละเรื่อง" (จากชีวิตสุดเท่ห์ในกรอบของโรงเรียน กลายมาเป็นหนังอินเดีย วิ่งไปร้องเพลงไป แถมร้องไห้ไป "แม่งตกงาน แฟนทิ้ง" ไทรโศกสุดๆ" ประเด็น คือ ถ้าเราไม่ต้องการอยู่ในกรอบที่ "ป๋า ลี กวน ยู เขียนเอาไว้ คุณจะทำอย่างไร" (ลี กวน ยู) เป็นตัวอย่างเฉยๆ เพราะทุกประเทศในโลก มีกรอบของความกดดัน ที่สังคมขีดเอาไว้เสมอ "เรียนดี มหาลัยดัง งานในองค์กรใหญ่ๆ บ้านแบบ Modern ๆ และก็รถเท่ห์ๆ นาฬิกาหรูๆ กระเป๋าแพงๆ แถม Dinner และก็พักผ่อนแบบธรรมชาติสุดๆคืนละแสนกว่าๆ ที่ "ศรีพันวา" สรุป ว่า "มึงทำทุกอย่าง อย่างหนัก เพื่อที่จะสามารถผ่อนคลาย ในชีวิตที่เรียบง่ายอย่าง "ศรีพันวา" ที่ต้องจ่าย หนึ่งแสน (คำถามคือ เพื่ออะไรวะ!!)" มันเป็นเรื่องของ "Investment Banker" กับ "คนหาปลา" ซึ่งเริ่มจากการ ชักชวนให้คนหาปลาไปใช้ชีวิต ต่อสู้ ผ่าฝัน เพื่อที่จะได้สร้างกิจการให้ใหญ่โต เป็นบริษัทหาปลาที่ยิ่งใหญ่ (ประมาณว่าเข้าตลาดหลักทรัพย์ใหญ่มากๆ) นายธนาคารก็วาดฝันให้ "คนหาปลา" เห็นว่า การทำงานหนักจะทำให้เขาได้อะไรบ้าง จนมาถึง จุดสุดยอด The Ultimate Goal "ก็คือ Financial Freedom การที่เราไม่ต้องทำงานอีก วันๆก็สามารถทำอะไรก็ได้ที่เราอยากทำ อาทิเช่น นั่งตกปลา" ---สรุปไอ้นายธนาคารมัน พา Idea ของคนหาปลา วิ่งไปรอบภูเขา แล้วกลับมาที่จุดเดิม (มึงบ้าไปแล้ว!!) "สรุปว่า Ultimate Goal คือสิ่งที่ผมชอบ (นั่นก็คือ การตกปลา) ..แล้วตูจะเหนื่อยไปทำซากอะไร ในเมื่อวันๆตู ก็ทำในสิ่งที่ชอบอยู่แล้ว" ในที่สุด คนหาปลา ก็เตะตูดไอ้นายธนาคารแล้วบอกว่า "มึงไปไกลๆกูเลย!!" ประเด็นมันเลย ย้อนกลับมาที่ "ป๋าหยง" ...จากย่างก้าวที่ผมเดินมาเจอ Trader ลึกลับ คนนี้ก็ได้สัมผัสความไม่ธรรมดา ..ในขณะที่นายธนาคารอย่างผมกินเงินเดือนธนาคาร แต่ "ป๋าหยง" กินเงินตัวเอง (เอ๊ะ!! แล้วกินเงินธนาคาร กับ กินเงินตัวเอง ยังไง ๆ ไม่รู้ล่ะ ให้ "มีกิน"ก่อนอย่างแรก.. อิ อิ) (ป๋าหยง ถึงกับพูดว่า "ชีวิตของคนสมัยนี้ มันเป็นอะไรที่ซับซ้อน นั่นเพราะเราทำให้มันซับซ้อนหรือเปล่า ...วันนี้เราวิ่งหา เงินมากๆ เพื่อที่จะใช้ ได้มากๆ ในขณะที่การเป็นคนไทย คุณสามารถอยู่โดยไม่ต้องใช้เงินสักบาทก็ได้" .....ถูกแล้ว ป๋าหยง ไปบวช ในวัดป่า มันทำให้รู้ว่า การใช้ชีวิตแบบไม่มีอะไร มันก็อยู่ได้ แต่ความต้องการของเราต่างหาก ที่เป็นตัวผลักดันให้เราเดินในทางที่ยากเกินไป(รึเปล่า) "ท้ายสุดความยาก หรือง่าย มันไม่ใช่สังคมเป็นตัวกำหนด (คุณเองต่างหากที่เป็นตัวกำหนด)) ..."พูดจบประโยค ป๋าหยง ก็เดินไปแปรงฝัน" Trading Platform ของ "ป๋าหยง" ไม่ใช่อื่นไกล "มันก็คือห้องนอนของป๋าหยงนี่เอง" (หลายคนเสียเวลากว่า 2-3 ชั่วโมง เดินทางไปทำงาน ในขณะที่บางคน ใส่ชุดนอนก็ทำเงินได้) ฮึม!! น่าสนใจ... "และแล้ว ป๋าหยง ก็เดินไปแปรงฝันอีกรอบ" (ที่บอกว่าแปรงฝันได้หลายรอบ ไม่ใช่เพราะปากเหม็น แต่ผมจะโชว์ให้เห็นว่า "มันสบายเพียงใด" หากคุณเดินออกจากกรอบที่สังคมขีดไว้แล้วสามารถอยู่ได้ !!) การ Trade หุ้นและ Commodity ในมุมของป๋าหยง มีหลายระดับ 1. Survive คือ เอาตัวรอดอยู่ได้ "นั่นคือ คุณต้องมีระเบียบ มีแบบแผนการ Trade ที่ชัดเจน ..มีกลยุทธ์ และวิธีการเข้าออก.. รวมทั้งการ Cut lost ที่ชัดเจน (ไม่ใช่อย่างที่ แมลงเม่า ในตลาดบ้านเราเล่นกัน เวลาขึ้นขาย เวลาลง Hold ต่อไป "จนตาย" ) คือ ถ้าคุณ Trade หุ้นเป็นเรื่อง ขำขำ คงจะไม่แปลกที่คุณสามารถ Hold till you dead ได้ ..แต่สำหรับคนที่ Trade หุ้นเป็นอาชีพ คุณไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ (เพราะนี่คืออาชีพของคุณ) ... ในมุมมองของ Full-Time Trader ที่สามารถ Survive ในตลาดได้ จะเข้าใจเหมือนกันว่า "เงินหรือ Port " มันไม่ใช่เงินของเรา แต่มันคือ อาชีพ (Career ) ดังนั้น เงินที่อยู่ใน Port ในมุมมองของป๋าหยงนั่น มันเป็นเพียงตัวเลข ซึ่งหน้าที่ของ Trader ก็คือ การ Grow Port แล้วสามารถที่จะดึงเงินบางส่วน มาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ....."ดังนั้น เงินจริงๆของคุณ มันคือเงินที่ สามารถเปลี่ยนเป็นความสุขในชีวิต --- มันไม่ใช่ตัวเลขในบัญชี" --งั้นสรุปได้เลยว่า ประเด็นที่สำคัญที่สุดในขั้นแรกของการเป็น Trader มืออาชีพ ก็คือ "คุณต้อง Cut Loss เป็น และคุณต้องทำมันอยู่เป็นประจำ เพราะไม่มีใครเล่นหุ้นได้กำไรตลอด..ถ้าไม่เข้าใจจุดนี้ อย่าริิอาจเล่นหุ้น ให้ไปซื้อเต้าฮวยมากิน อร่อยกว่า.. อิ อิ" 2. Growth ก็คือ ช่วงที่คุณสามารถ Survive ในตลาดได้แล้ว จากนั้นคุณก็จะ Develop Style การลงทุนเฉพาะตัวขึ้นมา (จุดนี้ให้นึกถึง นักกีฬาอาชีพ คือ ในที่สุดความเก่ง มันเกิดจากองค์ประกอบหลายๆอย่างเข้าด้วยกัน ...แต่สิ่งสำคัญที่สุด ของ Professional ก็คือ "การฝึกฝนอย่างหนัก") การที่ Tiger Woods สามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักกอล์ฟอันดับหนึ่งของโลก มันไม่ได้เกิดจากการนั่งดูวิดีโอกอล์ฟ หรือ อ่านหนังสือวิธีเล่นกอล์ฟ พออ่านไปหลายๆเล่มหน่อยก็นึกว่า ตัวเองสามารถตีเก่งมาก ..แต่พอไปตีกอล์ฟจริง "ห่วยแตก" ...นี่แหละนักลงทุนในตลาดทั่วไป ที่คิดว่าตัวเองเก่ง "ในที่สุดตลาดมันจะค่อยๆสอนคุณเอง" ...ในช่วง Growth เป็นช่วงที่คุณเติบโตในอัตราเร่ง ซึ่ง wealth โดยเฉลี่ยของ Trader ที่ประสบความสำเร็จ จะมี Port ไม่ต่ำกว่า "ร้อยล้านบาท" (ถ้าผมจะพูดให้ชัดๆก็คือ Trader เก่งๆทุกคนในขั้น Survive เริ่มจากเงินหลักแสนเท่านั้นเอง จนกลายมาเป็น หลักร้อยล้านในช่วง Growth " Ohh !! My God ++ คุณว่าผมพูดเล่นรึเปล่า!!") 3. Wealth ก็คือ "ช่วงแห่งความมั่งคั่ง" (หรือเรียกง่ายๆว่า ช่วงหาปลา เหมือนที่คนตกปลา ได้เตะตูด นายธนาคารอย่างที่ผมเล่านั่นแหละ) ถึงจุดนี้ คนที่ Grow Port เข้าสู่ระดับนี้ได้ จะเลิกยึดติดกับเงิน เพราะมันก้าวผ่าน จุดของ Rat Race มานานแล้ว ...จุดของ Wealth มันแทบไม่เกี่ยวข้องกับการ Trade อีกเลย แต่มันเป็นการวางเงินในลักษณะของเชิงโครงสร้าง "จุดนี้คือ การเลือกกระจายความเสี่ยงของ Wealth ออกไปอยู่ใน Asset ต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วย Real-estate , Stock , Gold และ ตราสาร รวมทั้ง Financial instrument ต่างๆ (ขั้นนี้ ศาสตร์ในการวางเงิน เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด) การที่เราได้อ่านหนังสือของ Warren Buffet หรือ George Soros แล้วพยายามทำตาม จริงๆแล้ว มันเป็นคนละประเด็น ..หลักการของนักลงทุนใหญ่ๆจะต่างกับเรามาก เพราะเขามองในเชิงโครงสร้าง "มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ Buffet จะสามารถเล่นหุ้นอย่างที่เราเล่น" ยกตัวอย่างตลาดบ้านเรา ถ้า Buffet ต้องการเล่นหุ้นจริง ผมว่า มีหุ้นอยู่ไม่ถึง 10 ตัว ที่ Buffet สามารถซื้อ แล้วไม่ทำให้ราคาหุ้นพุ่งติดเพดาน (หรือพอขายแล้วไม่ทำให้หุ้นติด Floor) ...ที่ว่า 10 ตัว จริงๆแล้ว อาจจะไม่มีด้วยซ้ำ เพราะ Port ของ Buffet ใหญ่กว่าตลาดหุ้นไทยทั้งตลาดเสียอีก "คุณเห็นหรือยังว่าตลาดเราเล็กเพียงใด ในมุมมองของ Financial !!" แต่ใครเคยคิดไหมครับว่า "ในเชิง Financial ซึ่งตลาดเราเล็กมากๆ แต่ในเชิงทรัพยากร และจำนวนคน (เกือบ 70 ล้านคน ส่งออกข้าว และยางพารา อันดับหนึ่งของโลก) ...คุณคิดให้ดีว่า มูลค่าที่ฝรั่งมันให้กับประเทศเรา กับ มูลค่าที่แท้จริง มันต่างกันสุดขั้ว" (เมื่อ ป๋าหยง และ ภาววิทย์ สนทนาธรรมกันเสร็จ เราก็ออกไปหา ก๋วยเตี๋ยวกิน) ฮ่า ฮ่า ฮ่า http://monkeytrade.blogspot.com/ อีกบอร์ดหนึ่งที่น่าสนใจ ลุงโฉลก http://www.chaloke.com/ Edited by undetect, Oct 30 2010, 11:52 PM.
|
![]() |
|
| voldemortnv | Nov 1 2010, 10:07 AM Post #2 |
|
ปีศาจระดับ A
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
ความจริงพี่ชายผมก็สนใจเล่นหุ้นอยู่เหมือนกัน แต่ก็เห็นเงียบๆไปไม่ค่อยเล่าอะไรให้ฟังเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าตอนนี้ลงทุนหุ้นปันผลหรือยัง อีกอย่างเห็นราคาหุ้นขึ้นๆลงๆ ตามประสาคนไม่รู้เรื่อง(ผม) ก็เลยไม่สนใจว่ามันดีหรือไม่ดี แต่ก็เห็นหลายๆคนหันไปเล่นหุ้นกันเยอะเหมือนกัน
|
![]() |
|
| undetect | Mar 19 2011, 12:07 AM Post #3 |
![]()
Bronze Saint
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
อ่านเอาใจความสำคัญนะครับ วงการหุ้นมี trader ลึกลับได้ วงการ Bodybuilding ก็เช่นกัน ต้องมี bodybuilder ลึกลับได้เหมือนกัน. --------------------- วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554 “ฟรีด้อมเทรดเดอร์” ทำอะไรถึงจะรุ่ง (Freedom Trader) “ทำอะไรจะรุ่ง ..เป็นคำถามที่ถามง่ายแต่ตอบยาก” -- บางคนบอกให้ทำในสิ่งที่ชอบ ใช่ไหม!! … ใน ยุคก่อน ที่ Demand เยอะๆ แต่ Supply น้อยๆ “ทำอะไรก็รุ่ง” หากใครจำสมัยยุค RS รุ่งเรือง สมัยนั้น ฮ่าฮ่า (ขำ) จะเห็นได้ว่า “เชยโคตร วงการบันเทิง” ประเด็นคือ ใครหน้าตาดี เขาเอามาเป็นนักร้อง เรื่องความสามารถค่อยมาฝึกเอา ---“แต่จุดนี้ถ้าใครสังเกตุการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน มันคนละเรื่องเลย” ทุก วันนี้ ถ้ามองแค่ธุรกิจบันเทิง ใครอยากจะเป็นนักร้องต้องแข่งกันเข้ามา คือ คุณต้องมีฝูงชน ชื่นชอบก่อน เช่น พวก The Star , AF หรือ เวทีต่างๆ …ที่เป็นเช่นนี้เพราะมันง่ายต่อคนปั้น “ปล้ำง่าย..เฮ้ยไม่ใช่!! หลุดๆ ๆ .. ปั้นง่าย ต่างหาก” …. “มาให้ป๋าปั้นซิ -- ไม่ค่อยมีแล้ว เดี๋ยวนี้ต้องผ่าน The Star … จากนั้นป๋าค่อยรอ Step ถัดไป …หุ หุ” ดังนั้น ถ้าคิดดีๆแล้ว ในเมื่อยุคนี้ คนเก่งมันเยอะขึ้น ในด้านการผลิตสินค้า Supply ก็เริ่มมากกว่า Demand…ดูจีนซิครับ ผลิตอะไรก็สุดจะ Mass ราคาต่อชิ้นก็สุดถูก ประเด็น มันคือ เมื่อตัวเลือกมันเยอะมากๆ --การที่คุณจะโดดเด่นในส่ิงใด นั่นหมายความว่า คุณต้องเจ๋งสุดๆ จริงไหม!! บอก ตรงๆกว่าผมจะเข้าใจประเด็นนี้ ผมโยนทิ้งไปแล้ว 20 ล้านบาทเป็นค่าโง่ คือตอนขยายกิจการร้านอาหารในออสเตรเลีย มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมรัก หรือ สิ่งที่ผมถนัดแต่อย่างใด มันเป็นเพียงช่องว่างที่ผมเห็นว่า “อาหารไทย” มันสามารถโตระดับโลกได้ ..แต่สุดท้ายผมก็คิดผิด เพราะโอกาสจริงๆมันไม่ได้สำคัญที่สุด …การที่เรามองเห็นโอกาส ก็ใช่ว่าคนอื่นเขาจะไม่เห็น ดังนั้น การที่ผมกระโดดเข้าไปในโอกาส โดยที่ผมไม่มี ความเชี่ยวชาญอย่างโดดเด่น --- ในที่สุดมันก็ไปไม่รอด!! หลัง จากนั้น ผมกระโดดเข้าไปในกิจการกระจก ซึ่งผมก็ไม่มีความชำนาญอีกเช่นเคย -- สรุป ทั้งหมดคือ ค่าโง่!! “โง่ที่ไม่เชื่อว่า ความสำเร็จต้องเกิดจากสิ่งที่เรารัก และชำนาญต่างหาก” ..หลายคนบอกว่า “ผมยังหาไม่ได้” …ผมก็บอกได้เลยว่า ตราบใดที่คุณยังหาไม่ได้ “คุณก็ไม่มีทางสำเร็จ..ฟันธง!! ..อ้าว เฮ้ย ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะ” คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ “จะทำอย่างไรเราถึงจะหาเจอว่า เราชอบและชำนาญอะไรล่ะ” คำตอบก็คือ “คุณก็หาให้เจอซิครับ” การ หามันต้องเกิดจากการสังเกตุ ว่าเราทำอะไรแล้ว “มันดี” ถ้าทำแล้วมันดี แถม “คุณชอบ” มันก็มีโอกาสที่สิ่งนั้นๆ หากคุณมุ่งมั่นที่จะทำมัน ก็อาจนำไปสู่ความสำเร็จได้ ….ใช่แล้ว!! ผมพูดอย่างนี้ อาจกระทบจิตใจใครหลายๆคนว่า เอ๊ะ!! เรามาทำงานทุกเช้า โคตรจะไม่อยากมาทำงานเลย ..ยิ่งวันไหนวันหยุดน่ะ โห!! แม่เจ้า ดีใจสุดขั้ว .. “ก็นี่แหละงานผม ทำเพื่อมีเงินเดือนมากิน รอเพียงวันหยุด” --- เห็นไหมล่ะครับว่า คนส่วนใหญ่รู้สึกเช่นนี้ กับงานที่ตัวเองทำ มันจึงไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่ ไม่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำ “ก็เพราะเขาไม่ได้รักในสิ่งที่ทำ และไม่ชำนาญ” “ลาออกซิ!!” อิ อิ เฮ้ย !! ไม่ใช่ จะบ้าหรือ …ถ้าใครอ่านบทความนี้เสร็จแล้วอยากลาออก ก็บ้าเต็มทีแล้ว เพราะมันผิด Step คือ ก่อนอื่น “มันต้องหาให้เจอก่อนว่า คุณชำนาญและชอบในเรื่องอะไร จากนั้นต้องมาดูว่าสิ่งที่คุณชอบนั้น มันสามารถทำเงินได้ไหม …ส่วนใหญ่ผมบอกได้เลยว่า สิ่งที่คุณชำนาญและชอบ มักเป็นสิ่งที่ไม่ทำเงิน ฮ่า ฮ่า” คุณรู้ไหมสิ่งที่ เศรษฐีของโลกที่ทำในสิ่งที่ตัวเองรักในตอนแรก มันก็ไม่ได้ทำเงิน …สมัยที่ Tiger Woods เล่นกอล์ฟหลังเลิกเรียนช้อมอย่างหนักเป็นเวลานับสิบปี ก็ไม่ได้ทำเงินแต่อย่างใด ..มันค่อยมาทำเงินทีหลัง ประเด็นก็คือ Tiger Woods รักในสิ่งที่ทำ เพราะทำได้ดี และ Keep going เขาจึงรวยเป็นพันล้านอย่างวันนี้ “เริ่มจากสิ่งที่รัก” มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ค ชอบเล่นคอมเป็นชีวิตจิตใจ เขาใช้เวลาเป็นสิบปี ฝึกฝนเล่นคอม เขียนโปรแกรม จริงๆเขาก็ไม่ต่างจาก Bill Gates , Sergey Brin , Larry Page เท่าไหร่ ที่ทุ่มชีวิตให้กับสิ่งบ้าๆ อย่าง คอมพิวเตอร์ จนเกิดความชำนาญ และในที่สุดหลังจากนั้นเป็นสิบปี จึงมี Microsoft มี Facebook มี Google …ทั้งหมด เร่ิมจาก “รักในสิ่งที่ทำ แถมทำอย่างไม่ได้อะไรเลยเป็นสิบปี ก่อนที่ “ไอ้ไม่ได้อะไรเลย” จะสร้างเงินให้เขารวยระดับโลก” แถมไปอีก คน J K Rowing นักเขียนนิยายเพ้อฝันไส้แส้ง ลูกติด กินเงินประกันสังคมจากรัฐบาล ประทังชีพ อย่างตกอับ แต่ก็เขียนไอ้นิยายเพ้อฝัน พ่อมดบ้าบอ เป็นสิบปี ก่อนที่ไอ้นิยายพ่อมด บ้าบอ จะกลายมาเป็น Harry Potter และสร้างให้ J K Rowing กลายเป็น เศรษฐีพันล้านคนแรกของโลกที่สร้างตัวจากอาชีพนักเขียน “อันนี้ก็เกิดไม่ได้เลย หาก J K Rowing ไม่ยอมเป็นนักเขียนไส้แห้ง และ Keep on เขียนนิยายเพ้อฝัน ที่ตนเองรักเป็นเวลานับสิบปี ก่อนที่ สิ่งนั้นจะเริ่มทำเงินให้เขามหาศาล” หากเทียบกราฟความสำเร็จของคนที่ มั่งคั่งจากสิ่งที่รัก มันคงเป็น “กราฟเรียบๆกระดกตูด--แบบตูดเป็ด” ก็เพราะช่วงแรก มันไม่ได้อะไรเลย ดังนั้น ถ้าคุณไม่ได้รักในสิ่งที่ทำ “คุณเลิกทำไปตั้งนานแล้ว” ผมเฝ้าสังเกตุ ระยะเวลา อย่างน้อยที่คนเหล่านี้ “ทำสิ่งนั้นโดยไม่เห็นอะไรเลย” น่าจะประมาณ สิบปีเป็นอย่างน้อย ..ดังนั้น วันนี้ถ้าใครมาบอกผมว่า ลงทุน เล่นหุ้น หรือ ทำอะไรก็ตาม ..ถ้ายังทำไม่ถึงสิบปี ..ผมบอกได้เลย ว่ามันยังวัดไม่ได้ !! (สิบปี ไม่มีอะไรเลย โหด โคตร …ดังนั้น อยากสำเร็จมากๆ มันยิ่งยาก เพราะน้อยคนในโลก กล้าที่จะทำในสิ่งที่ สิบปี ไม่เห็นอะไรเลย… แปลกแต่จริง!!) บ้านเรา “เมืองไทย” เหนื่อยหน่อย เพราะคุณมีสังคมรอบด้าน เพื่อนบ้าน พี่น้อง ญาติ คอยใส่ไฟคุณอยู่ “เฮ้ย!! ลูกเอ๊งวันๆ ไม่เห็นทำอะไรเลย ใส่แต่ชุดนอน นั่งอยู่หน้าคอม พอว่างๆ ก็นั่งสมาธิ ..มันเพื้ยนหรือเปล่า” ..แต่หารู้ไม่คนที่หลายคนนึกว่าเพื้ยนนั้น คือ Freedom Trader (เทรดเดอร์อิสระ ที่ทำเงินในชุดนอน)!! แหม!! เล่ามาซะยาว ก็จะโฆษณา หนังสือ “ฟรีด้อมเทรดเดอร์” อาชีพอิสระที่สามารถทำเงินในชุดนอน ..ฮ่า ฮ่า เป็นผลงาน ร่วมสร้างระหว่าง "Trader ลึกลับ" กับ ภาววิทย์ ฺนายธนาคาร & นักเขียน ไส้แห้ง ที่มีความหวังจะเผยแพร่ ความรู้ในด้านการ Trade และ Hedging ให้ทุกคนรู้ว่า “ความมั่งคั่ง ในโลกยุคต่อไป มันไม่ได้อยู่ในมือเจ้านายหรือใครก็ตาม แต่มันอยู่ในมือคุณ” …นี่แหละหนังสือที่คนรุ่นใหม่ทุกคนต้องอ่าน !! “วางแผงทั่วประเทศเร็วๆนี้ที่ SE-ED ทุกสาขา”
Edited by undetect, Mar 19 2011, 12:40 AM.
|
![]() |
|
| vyppN | Mar 19 2011, 12:19 PM Post #4 |
|
ปีศาจระดับ B
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
งั้นถ้าเราเล่นกล้ามซักสิบปี อาจจะมีโอกาสรวยพันล้านก็ได้สิฃ เอาให้กล้ามชัดจนนักศึกษาแพทย์มาศึกษากายวิภาคจากตัวเราได้เลย 555+ โดยเฉพาะนักศึกษาแพทย์เพศหญิงขาวสวยใส่แว่น ยินดีให้ศึกษาตัวต่อตัว อิอิอิ คริคริคริ Edited by vyppN, Mar 19 2011, 12:21 PM.
|
![]() |
|
| undetect | Mar 19 2011, 01:08 PM Post #5 |
![]()
Bronze Saint
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
โอกาสในการรวยพันล้าน ก็คงมีความเป็นไปได้1ในพันล้านเช่นกันนะ เริ่มต้นจดไดอารี่ ยกเวท บ้าบอ สไตล์ใส้แห้ง แบบ jk ไปก่อน อิอิ เมื่อหุ่นเทพแล้ว นศ แพทย์ผมว่า ไม่อยู่ในสายตานะ 555 .------------------------ วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554 มีคนถามว่า ผมเปลี่ยนแนวหรือ !! "เห็น ออกหนังสือเล่มใหม่ ฟรีด้อมเทรดเดอร์ ..มีคนถามผมว่า คุณแพ้ทเปลี่ยนแนวหรือ!!" ..อันนี้ต้องบอกว่า ฮึม!! การเรียนรู้มันมีข้อจำกัดด้วยหรือ นึกว่ายิ่งเรียนยิ่งรู้ ยิ่งรู้ยิ่งเข้าใจ เมื่อปฏิบัติจึงเกิดปัญญา และนำมาซึ่งเงินตราที่มากโข หลังจากนั้น.. (คนถามถึงกับ งง ในคำตอบที่ได้..) จริงๆแล้ว การลงทุน มันไม่ควรจำกัดว่าเราเป็นแนวทางไหน ..ซึ่งจริงๆต้องยอมรับว่าก่อนที่ผมจะเข้ามา Join ในชุมชน S2M ผมเองไม่ได้สนใจ Technical Analysis เลย ..แต่ก็โชคดีที่แนวทางของ S2M เป็นทางที่เปิดโอกาสให้กับนักลงทุนทุกแนว และ นี่เองที่ผมเข้ามาเจอกับ นัก Technical เก่งๆ ระดับประเทศหลายๆคน ..อย่าง Monkey Trade เดิมเป็น Blog ที่ก่อตั้งขึ้นมา หาจุดร่วมระหว่าง การใช้ Fundamental กับ Technical ว่ามันเดินไปด้วยกันได้หรือไม่ ..เพราะก่อนหน้านี้ ใครเล่นแนวไหน ก็จะจับกลุ่มอยู่กับแนวทางนั้น แล้วก็จำกัดตัวเองชัดเจนอยู่แค่นั้น!! ..ซึ่งผมกับ Trader ลึกลับ มองว่า "มันจำเป็นด้วยหรือ ที่คุณจะต้องปิดกั้นการเรียนรู้ เฉพาะแนวทางใดแนวทางหนึ่ง เพียงเพราะทัศนคติที่ไม่เปิดกว้าง" --- และนี่คือ จุดเริ่มต้นของ Monkey Trade ...แต่น แต้น !!! การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่าง "ผม" กับ "Trader ลึกลับ" มันได้อะไรดีๆมากมาย จะว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของความกวนก็น่าจะใช่ ..เพราะสิ่งที่เราค้นพบมันเป็นอะไรที่กวนมาก อย่างเช่น แนวทางการ Trade ของคนส่วนใหญ่ที่ไม่ Success เพราะคนส่วนใหญ่ ทำตรงข้ามกับวิธี Trade ที่ทำกำไร (แค่นี้ก็กวนแล้ว..หุ หุ) "การ Trade ที่ทำกำไร" จริงๆมันวางอยู่บนระบบอะไรก็กำไร(จริงหรือ)... "ระบบอะไรก็กำไร หากวางบนหลักการของ การ Let Profit Run เมื่อมาถูกทาง และก็มีจุด Stop Loss เมื่อผิดทาง" ..แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดจริงคือ คนส่วนใหญ่ Let Loss Run แต่เวลาถูกทางกลัวๆกล้าๆ ดัน Stop Profit ซะงั้น ..แล้วมันจะรวยได้อย่างไร!! (งง โคตร) ก่อนการเขียน "ฟรีด้อมเทรดเดอร์" ผมและ Trader ลึกลับ ก็เปิดคอร์สสัมมนาใน S2M by "Monkey Trade" ซึ่งยอมรับว่า ฮือฮามาก ..(ฮือ คือ โอดครวญในความยาก และ ฮากลิ้ง ที่เราเอาถาดมาตีหัวกัน..อิ อิ --ล้อเล่น จริงๆ ฮือฮามาก เพราะมันเป็นการสอน Technical ในรูปแบบใหม่ ที่วางอยู่บนความจริง!!) อ้าว!! งั้นแปลว่า Technical ส่วนใหญ่ไม่จริง.. หุ หุ ไม่ใช่อย่างนั้น ...ปัญหาคือ คนที่เรียน Technical ส่วนมากถูกจูงให้มอง Technical เป็นสูตรเลขตายตัว 1+1 = 2 ซึ่งนั้น "บ้ามาก" (ไม่ใช่เลย) ... เพราะถ้า Technical มันคือสูตรเลข ผมถามหน่อยว่า ถ้าแม่นยำ 100% เขาจะเอามาสอนคุณทำไม สู้เก็บไว้เล่นเองไม่ดีกว่าหรือ ..ใช่ไหม!! ดัง นั้นจริงๆแล้ว Technical มันคือ ความน่าจะเป็น ซึ่งเป็นการศึกษาที่ใช้ศาสตร์ของสถิติ + จิตวิทยาของตลาดที่แปรเปลี่ยนเป็น Chart ที่เอามาให้เราดูนั่นแหละ ... "นี่แหละความ ฮือฮา ของ สัมมนา Technical โดย Monkey Trade ...เราวางบรรทัดฐานของ Technical บนปัญญา ไม่ใช่วางบนความโลภ (ความโลภ เท่ากับ ความโง่ ..บวกกันเท่ากับ หมดตูด..อิ อิ อิ) -- หลักการ Technical ที่ดี จึงเป็นวิธีที่พวกเรา ลองใช้แล้วเห็นว่ามันดี แต่เมื่อคุณเอาไปแล้ว ต้องลองไปปฏิบัติ และถ้ามันดีกับคุณ ก็ให้เอาไปใช้.."เอ๊ะ!! เหมือนหลักธรรมมะ ..ก็นั่นแหละ อย่าเชื่อ ให้ไปลอง ถ้าดีก็รับไป ถ้าไม่ดีก็ปรับไป ..และที่แน่ๆ พอคุณ Trade ไป คุณก็จะปรับตาม "คุณ" -- เหมือนขี่จักรยานนั่นแหละ ตอนแรกก็ขี่กันตามที่สอน แต่พอเป็นแล้ว แต่ละคนก็มี Style ที่แตกต่างกันออกไป"-- มันเป็นแค่นี้จริงๆ ดังนั้น ต้องค่อยๆเริ่ม ค่อยๆเรียนรู้ อย่าโลภ ..พอเก่งแล้วค่อยแรง!! (ดีกว่าไหม) Technical เป็นการเข้าใจ และอ่านทิศทางของราคาให้ออก และเข้าใจความเสี่ยงในทุกไม้ของการ Trade ..การศึกษาเครื่องมือที่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Chart Pattern , Candle Stick , Trend , Elliot Wave รวมถึง เทคนิคหุ้น 4 มิติ ที่คิดค้นโดย Trader ลึกลับ(เด็ดตรง 4 มิตินี่แหละ ฮามาก..หุ หุ หุ) ..ทั้งหมดนี้จริงๆเป็นแค่ส่วนประกอบ ที่ใช้สกัดมันหมูออกจากเนื้อที่เราจะรับประทานนั่นเอง.. ดังนั้น เมื่อไม่มีอะไรที่ 100% ..การ Trade จึงคู่กับการเข้าใจความเสี่ยงในทุกครั้งที่ลงทุน และมีจุด Stop Loss เสมอ "อย่าง นี้ ก็มีคนถามผมว่า ถ้าผม Stop Loss ไม่เป็นและทำใจไม่ได้ จะทำอย่างไร" ...ใช่เลย!! คุณก็ไม่ควร Trade น่ะซิ ...ถ้า Stop Loss ไม่เป็น ผมขอแนะนำให้คุณมาศึกษาแนว VI อย่างผม ..แต่ที่สำคัญอยากบอกว่า ประเภทของหุ้น VI กับ Technical มันหุ้นคนละแนวกัน ..ดังนั้น พวกที่เล่นหุ้น เข้าด้วยหลัก Technical แล้วจะออกด้วย VI ..นั่นบ้าไปแล้ว ..ไม่ใช่เลย!! อย่ามั่วขอร้อง !! เอาล่ะ เขียนมาถึงจุดนี้ คงทำให้หลายๆคนเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่า ผมไม่ได้เปลี่ยนแนว เพียงแต่ผมเปิดใจตัวเอง ให้ศึกษาแนวทางที่กว้างขวางขึ้น ..ผมจึงมีมุมมองการลงทุนที่กว้างขึ้น ...คนที่เข้าใจภาพใหญ่อย่างพวก Fundamental แล้วมาศึกษา Technical จะทำให้เข้าใจ จังหวะในการซื้อขาย..เพราะแน่นอน Fundamental บอกเราได้แค่ว่า หุ้นถูกหรือแพง แต่การที่จะสามารถหาจังหวะ การเข้าออก ..ต้องอาศัยศาสตร์ทางด้าน Technical Analysis เป็นส่วนสำคัญ!! "แล้ว Commodity ล่ะ ..น่าสนใจยังไง" ..แน่นอนน่าสนใจมาก ...มันคือ ต้นทุนของทุกสิ่ง ตั้งแต่ น้ำมัน ยัน น้ำตาล วิ่งไปทอง เงิน ทองแดง กลับมาข้าว ..ไปถั่วเหลือง ..ตั้งแต่เบียร์ช้าง ยันซีพี ไป ปตท. จะมีหน่วยงานเล็กๆ ที่เงินเดือนสูงมาก มีไม่กี่คน แต่มีความสำคัญยิ่งยวดต่อองค์กร ..ใช่ นั่นคือ Trader ที่ Control Risk ในส่วนของวัตถุดิบที่เรียกว่า Commodity ... ความผันผวนสุดโต่ง อย่างปัจจุบัน ...ส่วนนี้คือ หัวใจ -- และความรู้ตรงนี้ จำกัดอยู่ในวงแคบ ...แต่วันนี้ ฟรีด้อมเทรดเดอร์ จะเปิดความรู้ที่สำคัญยิ่งยวดนี้ Commodity + Technical ..พาคุณเดินทางสู่ ชีวิตอิสระ ที่เลือกได้ (เอ่อ!! ว่าแต่ ก่อนจะอิสระนี่ ต้องศึกษา ทุ่มเท ...ไม่มีผู้ใด เกิดมาเป็น Superman แน่นอน ...เอาเป็นว่า เรามาร่วมเดินทางไปด้วยกัน .....กับทีม Monkey Trade ที่ก่อตั้งโดย ผม และ Trader ลึกลับ "ยินดีต้อนรับเพื่อนๆทุกคน เข้ามาศึกษา ศาสตร์ของ Technical & Commodity และการลงทุนที่ปรับใช้ด้วยปัญญา" |
![]() |
|
| undetect | Mar 19 2011, 07:06 PM Post #6 |
![]()
Bronze Saint
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
แนะนำไปแนะนำมา วันนี้เดินผ่านร้านหนังสือ ติดมือมา 2 เล่มแบบไม่ได้ตั้งใจ
|
![]() |
|
| undetect | Mar 20 2011, 05:57 AM Post #7 |
![]()
Bronze Saint
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
อยากแต่งงานกับคนรวยค่ะ คือว่าเรื่องมันมีอยู่ว่า Email จากสาวสวยคนนึงเขียนถึงผู้ชายที่รู้จักในเน็ทหลายๆคนว่า : ก่อน อื่นดิฉันขอสาบานว่าสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นความจริงค่ะ ดิฉันอายุ 25 ปีค่ะ ความสูง 170 ซม. น้ำหนัก 50 กิโล ส่วนสัด 34-24-36 ผมยาว หน้าตาจัดว่าสวยมาก เซ็กซี่ มีรสนิยม ดิฉัน อยากจะแต่งงานกับผู้ชายรายได้สักสองแสนบาทอัพต่อเดือนสักคน คุณอย่าเพิ่งมองฉันโลภนะคะ รายได้ประมาณสองแสนเนี้ยแค่ชนชั้นระดับกลางๆในห้องสินธรหรือวงการตลาดหุ้น เอง ฉันไม่ได้เรียกร้องมากไปใช่ไหมคะ มี ใครในพันทิพ ห้องสินธร นี้ที่รายได้เกินสองแสนบ้างคะ พวกคุณแต่งงานไปกันหมดหรือยัง กรุณาช่วยตอบดิฉันทีค่ะ คือดิฉันอยากแต่งงานกับคนรวยๆ อย่างพวกคุณ พวก ที่ดิฉันคบด้วยนี่มีแต่พวกธรรมดาๆรายได้อย่างมากไม่เกินสามหมื่นเอง รายได้แค่นี้จะอุตริไปซื้อบ้านแถวสีลมเนี่ย ยังได้แค่มองเลยใช่ไหมคะ ดิฉันมี คำถามดังนี้ค่ะ กรุณาช่วยตอบด้วยนะคะ 1. หลังจากตลาดหุ้นเปิด พวกคุณมักไปต่อที่ไหนกันคะ ( ชื่อร้าน , ผับ , fitness, ฯลฯ) 2. ถ้าจะแอบมองสาว คุณจะมองสาววัยไหนคะ 3. ทำไมคนที่แต่งงานกับคนรวยๆถึงมีแต่พวกอาซิ่มเฉิ่มๆ รสนิยมห่วยๆล่ะคะ 4. คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือกคนที่คุณจะแต่งงานด้วยคะ’ ______________________________________________________________ หลังจากนั้นไม่เกิน 30 นาที ก็มีเมล จากชายหนุ่มคนนึงส่งมาถึงเจ้าหล่อนว่า : ถึง คุณสุดสวยครับ…หัวข้อกระทู้ของคุณน่าสนใจมากครับ และคงมีผู้หญิงหลายคนมีคำถามเดียวกันกับคุณ ขออนุญาตตอบคำถามในมุมมองของคนเล่นหุ้นแบบผมนะคับ ราย ได้ของผมจ ากการเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และลงทุนในตลาดหุ้นมากว่า 10 ปี อยู่ที่ประมาณห้าแสนบาท ต่อเดือนขาดเหลือนิดหน่อย ซึ่งก็น่าจะผ่านเกณฑ์ของคุณ ดังนั้นผมเชื่อว่าคำตอบของผม น่าจะไม่ทำให้คุณเสียเวลาอ่านนะครับ จาก มุมมองของผมซึ่งเป็นนักธุรกิจ การที่แต่งงานโดยเลือกเฉพาะที่ความสวยเพียงอย่างเดียวนั้น ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด คำตอบนั้นง่ายมาก อธิบายตามตรง จากข้อมูลที่คุณให้มา คุณพยายามจะเน้นจุดแข็งของสินค้าคือ ‘ ความสวย ‘ เพื่อแลกกับ ‘ เงิน ‘ เมื่อ คุณมีความสวย และผมมีเงิน แน่นอนว่ามัน Fair และน่าจะเป็นไปได้กับโอกาสทางธุรกิจที่คุณเสนอ - แต่ก็ติดปัญหาที่ว่าความสวย ของคุณนั้นจืดจางลงทุกวัน ในขณะที่เงินของผมไม่ได้ไปไหน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร - หรือ ในอีกนัยหนึ่ง รายได้ของผมมีแต่จะเพิ่มทุกปีและเงินของผมก็สามารถนำไปให้ก่อให้เกิดผลตอบ แทนงอกเงยขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่คุณไม่ได้สวยขึ้นเมื่อข้ามปีและมีแนวโน้มที่จะล ดลงๆในแต่ละปีที่ผ่านไปเช่นกัน - ใน มุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ คุณคือสินทรัพย์ที่เสื่อมค่า ไม่ได้เสื่อมธรรมดานะ เสื่อมแบบอัตราก้าวหน้า ดังนั้นถ้าความสวยคือสิ่งเดียวที่คุณมี ก็จงคิดต่อว่า 10 ปีข้างหน้าจะทำอย่างไร อาจ จะแทงใจดำถ้าผมต้องบอกคุณตรงๆอย่างจริงใจว่า ถ้า Value ของ Asset ลดลงเรื่อย ๆ ถ้าเราไม่ขายทิ้ง เราจะ ใช้วิธีการ ‘ ให้เช่าซื้อ ‘ แทน แน่นอนว่าคนที่มีรายได้เกินสองแสนบาทต่อเดือนฉลาดพอ พวกเขาแค่คบคุณ แต่จะไม่แต่งงานกับคุณ หวัง ว่าคำตอบนี้จะช่วยคุณได้บ้าง อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณสนใจ option ในบริการ " เช่าซื้อ " กรุณาติดต่อผม….. เพื่อทำ Bid offer ในโอกาสต่อไป Credit : www.mthai.com ----------------------- Why S0 Serious!?
|
![]() |
|
| MetalBoy | Mar 20 2011, 11:13 PM Post #8 |
ปีศาจระดับ A
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
อ่านแล้วขำแต่ก็คิดว่าเออ...ก็เรื่องจริงเนอะ |
![]() |
|
| UnjaUntrui | Mar 21 2011, 03:25 AM Post #9 |
|
ปีศาจระดับ A
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
อืมเข้าท่า ....น้องครับพี่ขอเช่าซื้อน้องได้มั้ย |
![]() |
|
| undetect | Mar 22 2011, 10:35 PM Post #10 |
![]()
Bronze Saint
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
บัณฑิตห้ามทำแบบนี้นะครับ .นอกจากว่าท่านคือ บัณฑิต หลังเที่ยงคืน.
Edited by undetect, Mar 23 2011, 12:50 AM.
|
![]() |
|
| undetect | Mar 27 2011, 06:54 PM Post #11 |
![]()
Bronze Saint
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
"pre-workout สักแก้ว กางเกง hayabusa Blackberry และก็ Bikila ...แค่นี้ก็เล่นกล้ามได้แล้ว!!"![]() |
![]() |
|
| undetect | Apr 10 2011, 11:03 PM Post #12 |
![]()
Bronze Saint
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
จากการเข้าไป Read Only ของพวกนักลงทุนแล้ว เปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ เกี่ยวกับการลงทุนมาก ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เรื่อง จิตใจ ระดับต้องตัด อารมณ์ ออกจากการตัดสินใจ Trade ทำ Stop Loss , Let Profit Run (อดทนกับความรวยขึ้น ๆ ให้ได้ ว่างั้น.) สิ่งที่พวกเซียน ๆ ขั้นเทพทำกันส่วนมากคือการ ปฏิบัติธรรม จะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม. Edited by undetect, Apr 11 2011, 10:49 AM.
|
![]() |
|
| undetect | Apr 11 2011, 06:49 PM Post #13 |
![]()
Bronze Saint
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
เหมามาหมดค่ายละ S2M ชอบจริง ๆ งานของพวกเล่นจริง เจ็บจริง มืออาชีพด้วย.
|
![]() |
|
| undetect | Apr 19 2011, 10:54 AM Post #14 |
![]()
Bronze Saint
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() Edited by undetect, Apr 19 2011, 10:56 AM.
|
![]() |
|
| undetect | Apr 19 2011, 10:58 AM Post #15 |
![]()
Bronze Saint
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]()
|
![]() ![]() ![]() |
![]() |
|
| 1 user reading this topic (1 Guest and 0 Anonymous) | |
| « Previous Topic · General Discussion · Next Topic » |






![]](http://z4.ifrm.com/static/1/pip_r.png)



.
.










3:06 PM Jul 11